ผู้เขียน หัวข้อ: 8 วิธีออกกำลังกายแบบ LOW IMPACT  (อ่าน 30 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Vinavo

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
  • Karma: +0/-0
8 วิธีออกกำลังกายแบบ LOW IMPACT
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2019, 04:30:45 PM »
วันนี้จอร์จมีวิธีออกกำลังกายแบบ Low Impact สำหรับคนที่อยากออกกำลังกายแบบเซฟเข่า ลดแรงกระแทกระหว่างออกกำลังกาย ทั้งคนที่อ้วนมากเกินไป หรือคนที่เข่าเริ่มไม่ดี ออกกำลังกายแบบนี้คือตอบโจทย์ที่ดีเลยเดียว ใช่ว่าการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักหรือออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิตต้องทุ่มแรง ทุ่มทั้งร่างเสมอไป เพราะสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือสูงอายุแล้ว หรือแม้กระทั่งวัยทำงานเองจะให้มาออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกต่อเข่ารัวๆ ก็คงไม่ค่อยไหว แต่แล้ววิธีออกกำลังกายแบบไหนดีล่ะที่จะช่วยเราลดแรงกระแทก ให้เราออกกำลังกายแบบเบาๆ แต่ลดน้ำหนักได้ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฟิตสุขภาพได้ในคราวเดียวกัน คำตอบคือการออกกำลังกายแบบ Low Impact ไงครับ และวันนี้จอร์จก็มีวิธีออกกำลังกายแบบ Low Impact มาฝากเพื่อนๆกันครับ
1. เดินออกกำลังกาย
เชื่อไหมครับว่าแค่ตั้งใจเดินให้มากขึ้นกว่าปกติ นี่ก็เป็นวิธีออกกำลังกายที่ช่วยฟิตสุขภาพเราอย่างมากมายแล้ว โดยคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย อาจจะลองเดินออกกำลังกายวันละ 10 นาทีในช่วงแรกๆ แล้วค่อยท้าทายตัวเองให้เดินนานขึ้นในทุกสัปดาห์ เช่น จาก 10 นาที เป็น 20 นาที เรื่อยๆ ไปจนเดินได้เป็นชั่วโมง ซึ่งการพัฒนาตัวเองแบบนี้ก็จะช่วยให้ร่างกายคุ้นชินกับการออกกำลังกาย ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น ยิ่งหากเราเพิ่มลูกเล่นให้การเดินเป็นเดินช้าสลับเร็ว เดินขึ้น-ลงบันไดก็จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญมากขึ้นไปอีกด้วยนะ ที่สำคัญการเดินยังเป็นวิธีออกกำลังกายที่ไม่ค่อยมีแรงกระแทกต่อเข่ามากนักอีกต่างหาก
2. โยคะ
โยคะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เหนื่อยมาก ไม่ต้องออกแรงมาก แต่ได้ประสิทธิภาพไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะทั้งช่วยฝึกสมาธิ ช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อต่างๆ เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยคลายเครียดได้อีกด้วยล่ะ
3. ปั่นจักรยาน
ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานบนเครื่องเล่นหรือการปั่นจักรยานจริงๆ ก็ช่วยเราเบิร์นแคลอรีได้ทั้งนั้น โดยที่เท้าแทบไม่ต้องแตะพื้นเลย และการปั่นจักรยานยังช่วยคลายเครียดได้ด้วยอีกนะ โดยเฉพาะการปั่นจักรยานไปด้วยสูดอากาศและดูวิวรายทางไปด้วย คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกายโดยที่ลืมคิดถึงความเหนื่อย ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อไปเลย
4. ว่ายน้ำ
นี่ก็เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยลดน้ำหนักได้ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและปอดได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกระแทก เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวของเราเอาไว้ ในขณะที่การเคลื่อนไหวร่างกายในน้ำก็จะเกิดแรงต้านทาน เปิดโอกาสให้เราได้ออกแรงมากขึ้นไปด้วย ใครที่ไม่ชอบเหงื่อชุ่มๆ ในระหว่างออกกำลังกายลองว่ายน้ำก็ดีนะ
5. เซอร์กิตเทรนนิ่ง
เซอร์กิตเทรนนิ่งเป็นการรวมตัวกันระหว่างเวทเทรนนิ่งและการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ โดยเป็นการออกกำลังกายหลายๆท่า โดยหยุดพักระหว่างท่าให้น้อย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจไต่ถึงระดับเผาผลาญไขมันได้อย่างรวดเร็วและมีความต่อเนื่อง และการออกกำลังกายแบบเซอร์กิตเทรนนิ่งยังนับเป็นการออกกำลังกายครบวงจร ที่ช่วยให้เราได้ฟิต แอนด์ เฟิร์มได้หลายสัดส่วนในคราวเดียวกัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักๆ ให้เสี่ยงต่อเข่าและข้อต่อ
6. วิ่งบนเครื่องเดินวงรี (Elliptical)
สำหรับคนที่สังขารไม่ให้ แต่ใจยังอยากวิ่ง แนะนำให้ไปวิ่งบนเครื่องเดินวงรี หรือเครื่องออกกำลังกาย Elliptical เลย วิ่งวนไปให้ได้นานที่สุด หรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 30 นาที และหากอยากให้การออกกำลังกายครั้งนี้มีคุณภาพมากขึ้นก็ลองปรับเพิ่มแรงต้านทานให้มากขึ้นได้ ท้าทายตัวเองไปอีกแบบ ลู่เดินวงรี เป็นอีกเครื่องออกกำลังกายที่สาวๆชื่นชอบมาก เพราะการออกกำลังกายบนลู่เดินวงรี จะให้ความรู้สึกเหมือนกับเดินล่องลอยอยู่บนอากาศ แถมยังสามารถช่วยกระชับสัดส่วนได้ทั่วทั้งร่างกายตั้งแต่ช่วงแขน อก ไหล่ หน้าท้อง สะโพก ต้นขา ไปจนถึงน่อง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ลู่เดินวงรีถึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ที่สำคัญคือลู่เดินวงรี เป็นเครื่องออกกำลังกายไร้แรงกระแทก ดังนั้นหากคุณจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าหลังจากการออกกำลังกาย จะมีอาการปวดข้อเข่าหรือข้อเท้าอย่างแน่นอน
7. ยกเคตเทิลเบล (Kettlebell)
เคตเทิลเบลเป็นอุปกรณ์ยกน้ำหนักชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์กับการออกกำลังกายมาก โดยเว็บไซต์ Health ได้อ้างงานวิจัยที่เผยว่า การยกเคตเทิลเบลเป็นประจำก็ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจไต่ถึงระดับเบิร์นไขมันได้ประมาณ 12.5 กิโลแคลอรีต่อนาที หรือเบิร์นไขมันได้เทียบเท่ากับการจ๊อกกิ้ง แถมยังช่วยเสริมความเข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญไม่ต้องใช้แรงกระแทกใด ๆ ให้เสี่ยงต่อข้อและเข่าเลย

8. ออกกำลังกายแบบ Barre
สำหรับคนที่อยากเพิ่มความสมดุลของร่างกาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อไปด้วยในตัว แนะนำให้ลอง Barre เลยครับ เพราะ Barre เป็นการออกกำลังกายที่ผสมผสานทั้งบัลเลย์ โยคะ พิลาทิส และท่ายืดหยุ่นกล้ามเนื้อเข้าด้วยกัน ซึ่งจะให้ผลดีทั้งในเรื่องเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และบุคลิกภาพที่สวยงาม โดยการออกกำลังกายแบบ Barre จะใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายเป็นบาร์ เสื่อโยคะ ดัมเบล หรือหากออกกำลังกายที่บ้านก็สามารถใช้เก้าอี้แทนบาร์ได้
เป็นไงกันบ้างครับเพื่อนๆ กับเทคนิคดีๆกับการออกกำลังกาย แบบ Low Impact คราวนี้เพื่อนๆก็จะไม่มีข้ออ้าง ว่าน้ำหนักตัวเยอะ ออกกำลังกายลำบาก ข้อเข่าไม่ดี ออกกำลังกายไม่ค่อยได้กันอีกแล้วเนอะ เพราะ 8 วิธีนี้แหละที่จะช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายอย่างปลอดภัยต่อข้อเข่าและกระดูกที่สุดแล้วครับ ครั้งหน้าจอร์จจะมีเทคนิคดีๆอะไรมานำเสนอรอติดตามกันด้วยนะครับ เพื่อนๆ

 


Facebook Comments